บทที่ 5 ตอนที่ 5 : เกม

ตกค่ำ ภายในห้องพักคนรับใช้

ไวเปอร์นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้แคบๆ เธอเพิ่งอาบน้ำชำระล้างคราบฝุ่นและเหงื่อจากการแสดงละครบทใหญ่เมื่อตอนกลางวัน แววตาอ่อนแอของเด็กดอยหายวับไป เหลือเพียงสายตาเฉียบคมของนักฆ่าที่กำลังประเมินสถานการณ์

‘หมอนั่นกำลังทดสอบพละกำลังของฉัน’

หญิงสาวลูบข้อมือตัวเองเบาๆ การสั่งให้ซักผ้าห่มเมื่อวานว่าแปลกแล้ว แต่วันนี้ถึงขั้นให้แบกกระสอบข้าวสารห้าสิบกิโลกรัม มันชัดเจนเกินไปว่าศิลากำลังพยายามบีบให้เธอแสดงขีดจำกัดของร่างกายออกมา

เขาต้องการดูว่าเธอจะใช้ทักษะการยกของหนักที่ต้องอาศัยการเกร็งกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานของนักสู้หรือไม่ หากเมื่อเช้าเธอเผลอใช้เทคนิคการกระจายน้ำหนักเพื่อยกกระสอบนั้นขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว ศิลาจะต้องจับสังเกตได้อย่างแน่นอน

‘ฉลาดนักนะ... แต่ฉันถูกฝึกมาให้ทนการทรมานและควบคุมปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายมาตั้งแต่เด็ก แค่ให้แกล้งทำเป็นคนอ่อนแอไม่มีแรงน่ะ ฉันทำได้เนียนกว่าที่แกคิดเยอะ ไอ้มาเฟียโรคจิต’

ไวเปอร์คลายท่านั่งขัดสมาธิลง ก่อนจะเหยียดขาออกไปตามความยาวของเตียง เอื้อมมือไปคว้าตลับยาหม่องสมุนไพรที่ป้าจันทร์ยัดเยียดให้มาเมื่อตอนบ่าย

เธอเปิดฝาออกแล้วป้ายยาลงบนรอยเขียวช้ำจางๆ บริเวณหัวเข่า ซึ่งเกิดจากการจงใจทิ้งน้ำหนักกระแทกพื้นตอนล้มทับกระสอบข้าวสาร บาดแผลแค่นี้สำหรับเธอไม่ต่างอะไรกับมดกัด แต่มันคือ ‘พร็อพ’ ชั้นดีที่จะช่วยยืนยันความบอบบางของเธอในสายตาคนรอบข้างในเช้าวันพรุ่งนี้

ขณะที่ปลายนิ้วกำลังนวดคลึงรอยช้ำ สมองของนักฆ่าสาวก็ทำงานอย่างรวดเร็ว เธอเริ่มทบทวนแผนผังของคฤหาสน์ที่แอบเก็บข้อมูลมาได้ตลอดสองวัน กล้องวงจรปิดถูกติดตั้งไว้แทบทุกตารางนิ้ว เวรยามของบอดี้การ์ดสลับสับเปลี่ยนกันอย่างรัดกุมสมกับเป็นรังของมาเฟียใหญ่ ห้องทำงานของศิลาซึ่งเป็นเป้าหมายหลักอยู่บนชั้นสูงสุด และมีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาที่สุด

ทว่าสิ่งที่เธอกังวลกลับไม่ใช่ระบบป้องกันอิเล็กทรอนิกส์พวกนั้น แต่เป็นสายตาของเจ้าของบ้านต่างหาก...

ทุกครั้งที่สบตากัน เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกประเมินและถูกลอกคราบจนเปลือยเปล่า ชายคนนี้อันตรายเกินกว่าที่ข้อมูลขององค์กรระบุไว้มาก สัญชาตญาณดิบของเธอกรีดร้องเตือนอยู่ตลอดเวลาว่า การเดินเกมพลาดเพียงก้าวเดียวในอาณาจักรของศิลา อาจหมายถึงจุดจบของชีวิต

นักฆ่าสาวยิ้มเยาะในความมืด เธอพร้อมจะรับมือกับบททดสอบต่อไป ไม่ว่ามันจะปั่นประสาทแค่ไหนก็ตาม

.

ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานส่วนตัวของมาเฟียหนุ่ม

ศิลานั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้หนังตัวโปรด มือหนึ่งถือแก้วบรั่นดี อีกมือหนึ่งกำลังใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิด ภาพของเด็กสาวที่ล้มลุกคลุกคลานทับกระสอบข้าวสารเมื่อเช้ายังคงฉายชัดในหัว

รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

‘เนียน... เนียนจนน่ากลัว’

คนทั่วไปอาจจะเห็นแค่ความซุ่มซ่าม แต่ศิลาที่จับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของเธอสังเกตเห็นรายละเอียดที่ลึกซึ้งกว่านั้น จังหวะที่เธอล้มทับกระสอบข้าวสาร สัญชาตญาณของคนทั่วไปคือการยื่นมือออกไปค้ำยันพื้นเพื่อรับน้ำหนัก ซึ่งมักจะทำให้เกิดอาการข้อมือซ้นหรือบาดเจ็บ

แต่ขิงไม่ได้ทำแบบนั้น ร่างกายของเธอเลือกที่จะม้วนตัวเล็กน้อยและทิ้งน้ำหนักลงบนกระสอบข้าวสารโดยใช้ส่วนที่นุ่มที่สุดของร่างกายเข้าปะทะเพื่อลดแรงกระแทก มันเป็นการล้มที่ปลอดภัยและมีการคำนวณเอาไว้ล่วงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ

ชายหนุ่มหมุนเก้าอี้กลับไปทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ทอดสายตามองออกไปยังความมืดมิดของสวนกว้างเบื้องล่าง เงาสะท้อนบนกระจกเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความครุ่นคิดตลอดเวลา เขาแกะรอยองค์กรเงาอสรพิษมาหลายปี รวบรวมหลักฐานความโสมมของพวกมันอย่างเงียบเชียบ การที่พวกมันกล้าส่งมือสังหารระดับท็อปมาล้วงคองูเห่าถึงในบ้าน นับเป็นความจองหองที่ทำให้เขาประหลาดใจ แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นโอกาสทองที่หาไม่ได้ง่ายๆ

ศิลาแกว่งแก้วบรั่นดีในมือช้าๆ ปล่อยให้ของเหลวสีอำพันสะท้อนแสงไฟสลัว เขานึกย้อนไปถึงวินาทีแรกที่คว้าข้อมือเล็กๆ นั่นไว้ ภายใต้เสื้อผ้าฝ้ายรุ่มร่ามและท่าทีตื่นตระหนกเสแสร้ง เขาสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดและสัญชาตญาณระวังภัยที่อัดแน่นราวกับสปริง

มันน่าเสียดายจริงๆ... ผู้หญิงที่หน้าตาน่ารักและมีดวงตาสุกใสขนาดนั้น ไม่สมควรต้องมีชีวิตที่มือเปื้อนเลือด เขาอดคิดไม่ได้ว่า หากเธอไม่ถูกองค์กรระยำนั่นพรากวัยเด็กไปเสียก่อน ตอนนี้เธอจะเป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาที่สดใสมากแค่ไหน

“อดทนเก่งใช้ได้เลยนี่ ที่ยอมแสดงเป็นแบบนั้น” ศิลาพึมพำกับตัวเอง พลางยกแก้วบรั่นดีขึ้นจิบ

ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวทอประกายวาววับไปด้วยความสนุกสนาน เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวที่มีนักฆ่าฝีมือฉกาจมาแฝงตัวอยู่ในบ้าน กลับกัน เขาตื่นเต้นที่ได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ ความอดทนในการโกหกของเธอมันน่าทึ่งจนเขาอยากจะขุดค้นลงไปให้ลึกกว่านี้

“พรุ่งนี้... จะหาเกมอะไรมาเล่นกับเธอดีนะ ยัยอสรพิษน้อย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป